สาส์นจากประธานกรรมการ
เรียน ผู้ถือหุ้นทุกท่าน
ปี 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยแวดล้อมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาครัฐ ตลอดจนการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงยืนหยัดดำเนินธุรกิจด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพ ความพร้อม และความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ พร้อมปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในหลายด้านที่สำคัญ อาทิ การคว้ารางวัล “ดีเด่น” Thailand Energy Awards 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากโครงการ “โรงไฟฟ้าชีวมวลออสการ์ เซฟ เดอะ เวิลด์ 1
จ.นครศรีธรรมราช” โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน และโครงการดังกล่าวยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 “ASEAN Renewable Energy Projects Awards” ปี 2568 ต่อเนื่องจากปี 2567 อีกด้วย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการพลังงานสะอาดของกลุ่มบริษัทฯ ที่สร้างประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างดีเยี่ยม อีกทั้ง กลุ่มบริษัทฯได้มีการชำระคืนหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2566 มูลค่า 1,200 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ครบตามกำหนด แสดงถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคง และความพร้อมในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯได้ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจใหม่ ได้แก่ การเข้าถือหุ้นสามัญ 51% ของบริษัท ไวทา ไพร์ม จำกัด เพื่อขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจด้านสุขภาพ โดยเริ่มต้นจากกิจการสถานพยาบาล ทางด้านเวชกรรมสาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา การรักษาผุ้มีบุตรยาก (คลินิก บางกอก ไอวีเอฟ) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างรายได้ และต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจด้านสุขภาพที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต อีกทั้ง ได้เข้าลงทุนในโครงการแปรรูปขยะชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้า ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ และขายไฟฟ้า 8.0 เมกะวัตต์ กับองค์การบริหารส่วนตำบลคอรุม จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 28 ปี 6 เดือน รวมระยะเวลาลงนามในสัญญา ระยะเวลาก่อสร้าง ไปจนถึงช่วงเวลาการให้บริการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเป็นเวลา 25 ปี
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ควบคู่กับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593
ณ สิ้นปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 53 โครงการ มีกำลังการผลิตเสนอขายรวม 302.86 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว 24 โครงการ มีกำลังการผลิตเสนอขายรวม 73.80 เมกะวัตต์ และโครงการที่ระหว่างการดำเนินงานได้แก่ โครงการ Solar Big Lot 28 โครงการ กำลังการผลิตเสนอขาย 229.06 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 1 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน มีกำลังการผลิตเสนอขายรวม 8 เมกะวัตต์ โดยโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จะมีกำหนดทยอยเริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงปี พ.ศ. 2570–2573
สำหรับปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าดำเนินกลยุทธ์การเติบโตอย่างรอบคอบและยั่งยืน โดยมีแผนการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
- การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) เพื่อการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการ Solar Big Lot ให้สอดคล้องกับทิศทางและนโยบายของภาครัฐ
- การขยายการลงทุนไปยังธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอื่นเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และการหารือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายให้กับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ
- การพิจารณาเข้าลงทุนในรูปแบบการควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว โดยจะมุ่งเน้นโครงการที่มีผลการดำเนินงานที่ดี สามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว
- ขยายการดำเนินงานในธุรกิจ Private Power Purchase Agreement (Private PPA) หรือการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างภาคเอกชนแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Solar Rooftop, Solar Floating, Ground-Mounted Solar และ Solar Carport รวมถึงการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับหน่วยงานภาครัฐ ในรูปแบบ ESCO Model และการลงทุนแบบ Direct PPA ตามนโยบายภาครัฐที่คาดว่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- การเดินหน้าขยายสายธุรกิจใหม่ด้านสุขภาพ โดยมีแผนขยายสู่ธุรกิจเสริมความงาม ธุรกิจ Wellness และธุรกิจด้านเภสัชกรรม เพื่อมุ่งสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อันเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต และเป็น New S-Curve ที่จะสร้างผลตอบแทนที่เติบโตให้แก่บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ในนามของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา และขอขอบคุณพนักงานทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการขับเคลื่อนองค์กร คณะกรรมการและผู้บริหารขอยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรม การกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
นายณรงค์ รัฐอมฤต
ประธานกรรมการบริษัท
